Tag Archives: การเกิดแผ่นดินไหว

ไทยด้อยเทคโนโลยีในการเตือนภัยพิบัด

การรู้จุดศูนย์กลางของการเกิดแผ่นดินไหวนั้นจะทำได้ก็ต่อเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว และมีการตรวจสอบข้อมูลเพื่อหาพื้นที่ศูนย์กลางของการเกิดเหตุ เนื่องจากภัยพิบัติแผ่นดินไหวนี้มีลักษณะคาดเดาได้ยากเพราะเกิดจากการเคลื่อนตัวของชั้นเปลือกโลกซึ่งอยู่ใต้ผิวดิน ดังนั้นการแจ้งเตือนจึงทำได้เฉพาะในกรณีที่เป็นการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ที่อยู่ห่างออกไป เพื่อให้เตรียมความพร้อมรับมือหรือป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การคาดเดาเหตุแผ่นดินไหวนั้นสามารถทำล่วงหน้าได้ แต่ความแม่นยำที่ได้อาจมีไม่มากนัก โดยต้องใช้ทั้งข้อมูลประวัติศาสตร์ สถิติ และรายละเอียดด้านธรณีวิทยา รวมถึงการขุดร่องสำรวจและการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นเครื่องมือ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีทันสมัยที่มีราคาค่อนข้างสูง ขณะเดียวกัน แผ่นดินไหวยังมีความแตกต่างกับภัยพิบัติทางธรรมชาติอื่นๆ จึงทำได้แต่เพียงสร้างความพร้อมในการรับมือหากเกิดเหตุ และแจ้งเตือนล่วงหน้าหากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมีแนวโน้มจะกระทบต่อพื้นที่อื่นๆ ที่ไม่ใช่จุดศูนย์กลางการเกิด

ปัจจุบัน ทุกประเทศล้วนมีระบบตรวจจับการเกิดแผ่นดินไหว-สึนามิ แทบทั้งสิ้น แต่งบประมาณที่แต่ละหน่วยงานของแต่ละประเทศได้รับก็เป็นปัจจัยที่จะทำให้แต่ละประเทศมีเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน ซึ่งประเทศไทยนั้นมีเทคโนโลยีดังกล่าวตั้งแต่เมื่อครั้งเกิดเหตุสึนามิ ในปี 2547 ซึ่งหมายความว่าปัจจุบันเรายังใช้เทคโนโลยีที่มีอายุกว่า 10 ปีมาแล้ว และมีการใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเครื่องมือชุดดังกล่าวมีราคาประมาณ 400 ล้านบาท ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2558 ทางสำนักงานฯ มีแผนยื่นของบประมาณต่อรัฐบาล เพื่อติดตั้งระบบเฝ้าระวังเหตุแผ่นดินไหวสมรรถนะสูงในวงเงินราว 550 ล้านบาท สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและเฝ้าระวังเหตุดังกล่าว รวมทั้งเพิ่มจุดตรวจจับแผ่นดิวไหวจากเดิมที่ไทยมีเพียง 40 แห่ง กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ให้เป็น 70-80 แห่ง หรือถึง 100 แห่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้วย

ส่วนในประเทศจีนและญี่ปุ่นนั้น ถือเป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง จึงสามารถตรวจสอบเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติล่วงหน้าได้ค่อนข้างดีกว่าไทย แต่ถึงอย่างไรการคาดการณ์เหตุแผ่นดินไหวนั้นก็มีความแม่นยำเพียง 20% เท่านั้น

สำหรับระดับความรุนแรงของเหตุแผ่นดินไหวในประเทศไทยนั้น มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ขนาด 5 ขึ้นไป ซึ่งเคยเกิดขึ้นในระดับดังกล่าวแล้วกว่า 10 ครั้ง ส่วนความรุนแรงขนาด 6-6.5 นั้น เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้เมื่อราว 80 ปีที่ผ่านมาในจังหวัดน่าน และเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อ 5 พ.ค.2557 ซึ่งหากศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหวอยู่ใกล้กับบริเวณชุมชนก็จะยิ่งสร้างความเสียหายแก่ประชาชน เนื่องจากมีทั้งบ้านเรือน อาคารสำคัญ โดยพื้นที่ที่ถือว่ามีความเสี่ยงมากที่สุดในประเทศไทยก็คือ ภาคเหนือ และภาคตะวันตก เนื่องจากมีแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวสูงกว่าพื้นที่อื่นและเป็นรอยเลื่อนมีพลัง ซึ่งเกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก จึงทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดแผ่นดินไหวมากกว่าในพื้นที่อื่น