Tag Archives: ภัยพิบัติทางธรรมชาติ

ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้อย่างคาดไม่ถึง

ปัจจุบันภัยพิบัติทางธรรมชาติได้กลายเป็นภัยคุกคามร้ายแรง

ที่นำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินแก่มวลมนุษยชาติอย่างมหาศาล เมื่อย้อนกลับไปไม่นานเราก็จะพบภัยพิบัติธรรมชาติที่เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งเหตุภัยพิบัติเหล่านี้ส่งผลทั้งความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน และผลกระทบที่มีต่อสภาพจิตใจของผู้ที่รอดชีวิต ซึ่งหากจะตีเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจก็มีจำนวนมหาศาล นอกจากนี้ในหลายกรณีผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติยังส่งแรงสะเทือนข้ามพรมแดนไปยังประเทศหรือภูมิภาคต่างๆที่อยู่รอบข้าง สร้างความตระหนักในมิติเรื่องผลกระทบข้ามพรมแดนนี้ทำให้ประเด็นเรื่องการป้องกันภัยธรรมชาติได้รับความสนใจจากนานาชาติมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการร่วมมือกันป้องกันภัยพิบัติธรรมชาติในระดับโลก

ปัจจุบันการเจริญเติบโตและขยายตัวของชุมชนเมือง ทำให้สภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลายและเสื่อมโทรม นิเวศน์ทางธรรมชาติเสียสมดุล ด้วยเหตุดังกล่าวการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติจึงทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ ซึ่งจากประสบการณ์ที่ประเทศไทยได้รับมือกับสาธารณภัย ซึ่งเป็นภัยพิบัติรุนแรงขนาดใหญ่ที่ผ่านมา การเตรียมการจัดการตามระบบและแผนที่มีอยู่นั้น ยังคงอาศัยการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเป็นส่วนใหญ่ ทำให้หน่วยปฏิบัติจะต้องกำหนดแนวทาง วิธีการ ตลอดจนแผนต่างๆ ให้สอดคล้องโดยมีเป้าหมายสูงสุดให้การดำเนินการเพื่อรับมือ ตอบโต้ กับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน สามารถรองรับสถานการณ์ได้อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน เป็นระบบมีประสิทธิภาพ

การจัดทำระบบการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินจากภัยธรรมชาติ

มีเป้าหมายในการสร้างระบบข้อมูลสารสนเทศที่จะใช้ในการรับเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินโดยครอบคลุมทั้งสถานการณ์ก่อนการเกิดขึ้นของภัยพิบัติ สถานการณ์ระหว่างการเกิดเหตุของภัยพิบัติ สถานการณ์หลังการเกิดเหตุและการฟื้นฟูสภาพจากผลของภัยพิบัติ พัฒนาการวางแผนและฝึกฝนเพื่อการรับมือกับเหตุภัยพิบัติให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการให้ความช่วยเหลือต่อผู้ประสบภัยโดยข้อมูลแผนที่ที่ทันสมัยและให้รายละเอียดของข้อมูลประชากรศาสตร์ จำนวนครัวเรือน โบราณสถาน ลักษณะเฉพาะของตัวอาคารและข้อมูลโครงสร้างสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อการรับมือกับเหตุภัยพิบัติ

จากสถานการณ์ภัยพิบัติที่ผ่านมา พบว่าการช่วยเหลือและแก้ไขของหน่วยงานต่างๆยังคงมีปัญหา เนื่องจากประเทศไทยมีประสบการณ์ในการจัดการกับภัยพิบัติค่อนข้างจำกัด เนื่องจากในอดีตภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเป็นประจำมักเป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล ซึ่งมักไม่รุนแรงมากนัก ดังนั้นการเตรียมการแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติของไทยจึงอยู่ในลักษณะของการตั้งรับ บนสมมติฐานว่าขอบเขตของความรุนแรงมีไม่มาก ระบบการเตรียมพร้อม การจัดการในสภาวะฉุกเฉิน การกู้ภัย และการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟู จึงยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการรองรับภัยพิบัติขนาดใหญ่ แต่อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาที่ผ่านมาหลังจากที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับภัยพิบัติขนาดใหญ่หลายครั้ง จึงเกิดความตื่นตัวในเชิงของนโยบายของรัฐ และมีการพัฒนากระบวนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้มีความก้าวหน้า ทันเหตุการณ์ และทั่วถึงมากขึ้น

นาโนเทคโนโลยีจะช่วยส่งเสริม และเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการรับมือภัยพิบัติตามธรรมชาติ

ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในปัจจุบัน เช่น น้ำท่วมในประเทศไทยปี 2554 หิมะตกเวียดนาม พายุหิมะถล่มนอกฤดูที่สหรัฐอเมริกา ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  อากาศหนาวจัดที่ยุโรป หิมะตกที่เวียดนาม หรือเมื่อเร็วๆ นี้เกิดแม่คะนิ้งบนยอดดอยอินทนนท์กลางฤดูร้อน แสดงให้เห็นถึงความแปรปรวนของสภาพอากาศ เตือนใจให้เราตระหนักว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่เราคิด ถึงแม้โลกในปัจจุบันจะมีความก้าวหน้าทางวิชาการอุตุนิยมวิทยา แต่การพยากรณ์หรือรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติยังทำได้ไม่มากเพียงพอ เกิดความสูญเสียกับชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งเศรษฐกิจของประเทศ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกในปีนี้ครบ 50 ปี ของงานเฝ้าติดตามลักษณะอากาศโลกจึงไปให้ความสำคัญการเฝ้าระวังและติดตามสภาวะอากาศเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งช่วงเวลามากกว่า 30 ปีที่ผ่านมา ภัยพิบัติธรรมชาติทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง

การที่จะยับยั้งภัยพิบัติตามธรรมชาติโดยตรงนั้นทำได้ยาก สิ่งที่เราสามารถทำได้ในขณะนี้คงเป็นเพียงระบบการเตือนภัยที่รวดเร็ว และการคาดการณ์ที่แม่นยำเพื่อเตรียมรับมือกับสถานะการที่เกิดขึ้น เช่นการอพยพ การเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที รวมถึงการประสานความร่วมมือจากประเทศข้างเคียง หรือพันธมิตรเพื่อลดการสูญเสียให้น้อยที่สุด จากนั้นก็จะหนีไม่พ้นเทคโนโลยีที่จะช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรค รวมถึงการดูแลทางด้านจิตใจอีกด้วย จากนั้นจะเป็นการฟื้นฟูสภาพพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน ที่อยู่อาศัย รวมถึงการคมนาคมที่สูญเสียไป

นาโนเทคโนโลยีจะช่วยส่งเสริม และเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการรับมือภัยพิบัติตามธรรมชาติให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในด้านของการเตือนภัย หรือการคาดการพยากรณ์ล่วงหน้าเกี่ยวกับภัยพิบัติ ปัจจุบันได้รับการพัฒนาไปอย่างมากทำให้สามารถเตือนภัยก่อนจะเกิดเหตุการณ์จริงได้เป็นระยะเวลาหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาการเตือนภัยยังอยู่ในช่วงแคบ และการสื่อสารยังคงไม่ทั่วถึง ผลกระทบจึงยังเกิดขึ้นโดยเฉพาะเมื่อเกิดภัยพิบัติขั้นร้ายแรง เกิดขึ้นในประเทศที่มีการสื่อสารไม่ทั่วถึง นาโนเทคโนโลยี จะเข้าไปช่วยพัฒนาเกี่ยวกับเซนเซอร์ที่ใช้ในการเตือนภัย รวมถึงระบบการประมวลผล และอุปกรณ์สำหรับถ่ายทอด และสื่อสารได้แม้ในพื้นที่ห่างไกลในด้านของการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเบื้องต้นเริ่มตั้งแต่ การค้นหาผู้ที่อาจจะติดอยู่ภายใต้ซากปรักหักพัง กรณีของพายุถล่ม หรือแผ่นดินไหว โดยใช้อุปกรณ์ในการช่วยนำทาง รวมถึงการประยุกต์ใช้หุ่นยนต์ขนาดเล็ก ที่สามารถเข้าไปสำรวจในบริเวณที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปได้ เวชภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เช่นการห้ามเลือดอย่างรวดเร็ว พลาสเตอร์ปิดแผลที่มีประสิทธิภาพสูง รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีขนาดเล็กสามารถพกพาได้ง่าย และมีความปลอดภัยสูง ลองมาดูตัวอย่างงานวิจัยที่ได้มีใช้นาโนเทคโนโลยีร่วมพัฒนาขึ้นเพื่อรับมือ กับภัยพิบัติ

การนำนาโนเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาระบบสื่อสารไร้สายทำให้อุปกรณ์ตรวจวัดมีขนาดเล็ก เคลื่อนย้ายได้ง่าย และมีประสิทธิภาพสูงในการเชื่อมต่อกับเครือข่าย จะช่วยทำให้ประบบการตรวจวัด และการเตือนภัยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แม้มนุษย์จะไม่สามารถยับยั้งภัยพิบัติทางธรรมชาติได้ แต่การรู้ล่วงหน้า และการเตรียมความพร้อมในการเผชิญหน้ากับพลังธรรมชาติ จะช่วยรักษาความสูญเสียของชีวิต และทรัพย์สินต่าง ๆ ได้อย่างมาก การซ่อม แซมและฟื้นฟูภายหลังจากภัยพิบัติ ความช่วยเหลือในระดับนานาชาติ ก็จะทำให้ผู้ประสบภัยผ่านช่วงเวลาแห่งความยากลำบากได้อย่างเข้มแข็ง