Tag Archives: เทคโนโลยีสารสนเทศ

เทคโนโลยีสื่อสาร เครื่องมือสำคัญช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ช่วยให้ลดปัญหาการขาดแคลนอาหารและยารักษาโรค


สถานการณ์น้ำท่วม ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้ประสบภัยเป็นวงกว้าง หลายพื้นที่ขาดการติดต่อสื่อสาร กระแสไฟฟ้าในพื้นที่ถูกตัดและดับเป็นระยะเวลาอันยาวนาน ส่งผลให้การติดต่อสื่อสารขอรับความช่วยเหลือจากผู้ประสบภัยธรรมชาติสู่บุคคล องค์กรต่างๆ เป็นไปได้อย่างลำบาก ก่อให้เกิดปัญหาการขาดแคลนอาหารและยารักษาโรค เสี่ยงต่อการป่วยจากโรคภัยไข้เจ็บที่มากับน้ำท่วม

การนำเทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นผลิตผลจากการวิจัยและพัฒนาของ สวทช. เข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมยังพื้นที่ต่างๆ หวังเยียวยาผู้ประสบภัยได้คุณภาพชีวิตที่ดีกลับคืนมาในเร็ววัน

แนะวิธี ชาร์จไฟโทรศัพท์ในยามฉุกเฉิน
จาก ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นส่งผลให้กระแสไฟฟ้าในพื้นที่ประสบภัยถูกตัดและดับ เป็นระยะเวลาอันยาวนาน การติดต่อสื่อสารเพื่อขอรับความช่วยเหลือจากผู้ประสบภัยธรรมชาติเป็นไปได้ อย่างลำบาก

จึงแนะนำวิธีการสร้างเครื่องชาร์จไฟโทรศัพท์ในยามฉุกเฉินด้วยการนำแบตเตอรี่ 12 โวลท์จากรถยนต์มาประยุกต์ใช้สร้างเป็นเครื่องชาร์จไฟโทรศัพท์เพื่อให้สามารถ ติดต่อเพื่อขอความช่วยเหลือผ่านทางมือถือได้ โดยวิธีการเริ่มจากการเตรียมอุปกรณ์แบตเตอรี่ 12 โวลท์จากรถยนต์ อินเวอร์เตอร์แปลงแรงดันจาก 12 โวลท์ดีซี เป็น 220 โวลท์เอซี โดยขนาดของอินเวอร์เตอร์ในท้องตลาดมีตั้งแต่ขนาด 80 วัตต์ จนถึง 1000 วัตต์ซึ่งสายไฟสำหรับต่อกับแบตเตอรี่มักจะติดมากับอินเวอร์เตอร์อยู่แล้ว จากนั้นต่อพ่วงสายแบตเตอรี่สีแดงเข้าที่ขั้วบวก (+) และสายสีดำเข้าที่ขั้วลบ (-) ของทั้งฝั่งอินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่ เท่านั้นก็สามารถเสียบเครื่องชาร์จโทรศัพท์มือถือได้หลายเครื่องพร้อมๆ กันแล้ว

แม้ว่าถ้าคำนวณประสิทธิภาพพลังงานจะพบว่าต่ำมาก แต่ในยามคับขันที่จำเป็นต้องใช้โทรศัพท์เพื่อการติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอก ก็ถือว่ายอมรับได้ มีข้อควรคำนึงในการใช้งานคือ หากไม่ได้ใช้งานอย่าเสียบเครื่องชาร์ททิ้งไว้ เพราะแบตเตอรี่จะหมดไปโดยเปล่าประโยชน์  ทั้งนี้ องค์ความรู้ข้างต้น แม้ในสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วไปก็สามารถนำไปใประยุกต์ใช้งานได้ เช่น เวลาแบตหมดในพื้นที่ห่างไกลชุมชน ฉะนั้น ควรหาซื้ออุปกรณ์แปลงแรงดันอินเวอร์เตอร์สำหรับต่อพ่วงเตรียมไว้ใช้งานพร้อม ติดในรถเสมอๆ

รถสื่อสารฉุกเฉิน เปิดช่องทางสื่อสารให้ผู้ประสบภัย
แม้ว่าเราสามารถใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้แล้วก็ตาม แต่ในยามเกิดเหตุภัยพิบัติต่างๆ นั้น จะพบว่ามีความยากลำบากในการสื่อสารเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นอย่างมาก เนื่องจากระบบสื่อสารล่ม การรายงานความเสียหาย ความต้องการในการติดต่อระหว่างพื้นที่ประสบภัยกับพื้นที่ภายนอกไม่สามารถทำได้ การสื่อสารเพื่อสอบถามทุกข์สุขจะเกิดขึ้นอย่างมากจนบ่อยครั้งทำให้ระบบสื่อ สารหยุดทำงาน นอกจากนี้ คนจำนวนมากต้องติดต่อเพื่อร้องขอความช่วยเหลือและคนอีกจำนวนมากก็กำลังขอรับ บริจาคและจัดหาความช่วยเหลือมายังพื้นที่อุบัติภัยเหล่านั้น ดังนั้น ในช่วงเวลาดังกล่าวระบบสื่อสารต้องทำงานหนักขึ้นกว่าสิบเท่าตัวของการใช้งาน ตามปกติและบ่อยครั้งระบบสื่อสารที่มีอยู่ก็ล่มสลายหรือชำรุดไปกับการโจมตี ของภัยเหล่านั้นอีก ด้วยต้องใช้เวลาหลายวัน จึงจะสามารถบริการประชาชนได้ หากระบบโทรศัพท์สามารถใช้งานได้ปกติ ก็อาจประสบปัญหาช่องสัญญาณโทรศัพท์มีไม่เพียงพอ เพราะความต้องการใช้งานโทรศัพท์ในยามฉุกเฉินสูงกว่าปกติเป็นอย่างมาก